News

Google เปิด Gemini 3.6 Flash คุมทีม Managed Agents พร้อม Hooks คุมความปลอดภัย

29 กรกฎาคม 2026 อ่าน 4 นาที ⟳ Source-tracked

Google อัปเดต Managed Agents บน Gemini API ตั้ง Gemini 3.6 Flash เป็นโมเดลเริ่มต้น เพิ่มระบบ hooks ดักตรวจ tool call และเปิด free tier ให้ทดลองใช้ฟรี

สรุปบทความนี้ด้วย AI

Google อัปเดต Managed Agents บน Gemini API ครั้งใหญ่ ตั้ง Gemini 3.6 Flash เป็นโมเดลเริ่มต้นแทน 3.5 Flash พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ environment hooks ให้ทีมพัฒนาสอดแทรกสคริปต์ตรวจสอบก่อน-หลัง agent เรียกใช้เครื่องมือได้ นี่คือการอัปเดตต่อยอดจากฟีเจอร์ background tasks และ remote MCP server ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้

ความสามารถใหม่ / สิ่งที่เปลี่ยนไป

จุดเปลี่ยนหลักคือระบบ hooks ที่ให้ควบคุม agent ได้ละเอียดขึ้น เดิมทีนักพัฒนาต้องเชื่อใจให้ agent ตัดสินใจเรียก tool เองทั้งหมด แต่ตอนนี้สามารถแทรกสคริปต์ตรวจสอบเข้าไปในทุกจุดที่ agent จะเรียกใช้เครื่องมือในแซนด์บ็อกซ์ได้

Google ยังเพิ่ม:

  • free tier ให้ทดลอง Managed Agents โดยไม่ต้องผูกบัตรเครดิตหรือคีย์ API แบบเสียเงิน
  • max_total_tokens พารามิเตอร์คุมงบ token รวม (input + output + thinking) ต่อการทำงานหนึ่งครั้ง
  • scheduled triggers สำหรับงานที่ต้องรันซ้ำเป็นรอบ
  • Environments API จัดการวงจรชีวิตของแซนด์บ็อกซ์โดยตรง

ทำงานยังไง

Hooks มีสองจังหวะทำงาน: pre_tool_execution รันก่อน agent เรียก tool จริง สามารถ “บล็อก” การเรียกนั้นพร้อมระบุเหตุผลปฏิเสธได้ทันที ส่วน post_tool_execution รันหลัง tool ทำงานเสร็จ ใช้ตรวจสอบผลลัพธ์ เช่น lint โค้ดหรือคุมมาตรฐานคุณภาพ

การตั้งค่า hooks เขียนไว้ในไฟล์ .agents/hooks.json โดยเลือกได้ว่าจะจับ tool เฉพาะเจาะจงด้วย regex matcher (เช่น code_execution|write_file) หรือดักทุก tool ด้วย * รองรับ handler สองแบบคือรันเป็นสคริปต์คำสั่งตรงๆ หรือยิง HTTP request ไปยัง endpoint ภายนอก พร้อมกำหนด timeout ได้ (ตัวอย่างในเอกสารใช้ 10-15 วินาที)

ด้านโมเดล นักพัฒนาเลือกได้สามระดับ: Gemini 3.6 Flash (ค่าเริ่มต้นใหม่ เน้นสมดุลระหว่าง reasoning, coding, และ tool use), Gemini 3.5 Flash, หรือ Gemini 3.5 Flash-Lite สำหรับงานที่ต้องการ latency ต่ำและต้นทุนถูกลง

const interaction = await client.interactions.create({
  agent: "antigravity-preview-05-2026",
  input: "Audit all dependencies...",
  agent_config: {
    model: "gemini-3.5-flash-lite",
    max_total_tokens: 10000,
  },
});

เมื่อ agent ใช้ token ถึงเพดานที่ตั้งไว้ ระบบจะคืนสถานะ status: "incomplete" และให้ต่องานเดิมได้ผ่าน previous_interaction_id แทนที่จะต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด

จุดเด่นและศักยภาพ

ระบบ hooks แก้ปัญหาที่ทีมองค์กรกังวลมากที่สุดเรื่อง agentic AI คือ “จะไว้ใจให้ agent ลงมือทำเองได้แค่ไหน” ตัวอย่างที่ Google ยกมาคือ OffDeal ธนาคารเพื่อการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ใช้ post-execution hooks ตรวจสอบโลโก้บริษัทในพรีเซนเทชันแบบ pixel-level พร้อมเรียก Gemini vision มาช่วยยืนยันคุณภาพก่อนยอมให้ภาพเข้าไปอยู่ใน deck จริง

การเพิ่ม free tier ยังลดอุปสรรคสำหรับทีมเล็กหรือนักพัฒนาอิสระที่อยากทดลองสร้าง agent แบบ production-grade โดยไม่ต้องจ่ายเงินตั้งแต่ขั้นทดสอบ

ราคาและการเข้าถึง

บทความยังไม่ระบุอัตราค่าบริการที่ชัดเจนสำหรับ agent แต่ละระดับโมเดล เพียงระบุว่ามีเอกสาร pricing แยกต่างหาก และย้ำว่า free tier ใช้ Managed Agents ได้โดยไม่ต้องผูกการเรียกเก็บเงินผ่าน API key

เริ่มใช้งาน

นักพัฒนาที่มีบัญชี Gemini API สามารถเรียกใช้ Managed Agents ผ่าน SDK @google/genai ได้ทันที ตั้งค่า model เป็น gemini-3.6-flash เพื่อใช้โมเดลเริ่มต้นใหม่ หรือระบุ gemini-3.5-flash-lite หากต้องการต้นทุนต่ำกว่า จากนั้นเพิ่มไฟล์ .agents/hooks.json ในโปรเจกต์เพื่อเริ่มคุมพฤติกรรม agent ก่อนนำไปใช้งานจริงในระบบที่ต้องการความปลอดภัยสูง


สรุปจาก Google โดย AI · อ่านต้นฉบับ

รับจดหมายข่าวStay human. Stay in the loop.

ก้าวข้าม algorithm — รับบทความและ AI Updates ใหม่ตรงถึงอีเมลคุณทุกสัปดาห์ก่อนใครอื่น