News

OpenAI เปิดพรีวิว GPT-5.6 Sol โมเดลรุ่นใหม่เน้นโค้ดและไซเบอร์

27 มิถุนายน 2026 อ่าน 4 นาที ⟳ Source-tracked

OpenAI ปล่อยพรีวิวจำกัดของ GPT-5.6 ตระกูลใหม่ 3 รุ่น Sol, Terra, Luna พร้อมโหมดคิดแบบ max และ ultra ที่ใช้ subagent ช่วยงานซับซ้อน

สรุปบทความนี้ด้วย AI

OpenAI เปิดพรีวิวจำกัดของโมเดลตระกูลใหม่ GPT-5.6 ประกอบด้วย 3 รุ่น คือ Sol, Terra และ Luna โดย Sol คือรุ่นเรือธงที่เก่งขึ้นด้านโค้ด วิทยาศาสตร์ และความปลอดภัยไซเบอร์ พ่วงมาด้วยระบบความปลอดภัยที่แข็งแกร่งที่สุดที่ OpenAI เคยทำมา ตอนนี้เปิดให้ใช้เฉพาะพาร์ทเนอร์ที่ผ่านการคัดเลือกผ่าน API และ Codex เท่านั้น ยังไม่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึง

ความสามารถใหม่ / สิ่งที่เปลี่ยนไป

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของรอบนี้ไม่ใช่แค่ตัวโมเดล แต่คือระบบตั้งชื่อแบบใหม่ทั้งหมด ตัวเลข (5.6) บอกรุ่น (generation) ส่วนชื่อ Sol, Terra, Luna บอก “ระดับความสามารถ” (capability tier) ที่แต่ละตัวจะอัปเดตตามจังหวะของตัวเอง ไม่ต้องรอออกพร้อมกันทั้งตระกูลแบบที่ผ่านมา หมายความว่าต่อไป Terra หรือ Luna อาจได้อัปเดตใหม่ก่อน Sol ก็ได้ ถ้าทีมพัฒนาเสร็จก่อน

ทั้ง 3 รุ่นถูกออกแบบให้จับคู่กับงานคนละแบบ:

  • GPT-5.6 Sol - รุ่นเรือธง เก่งด้าน agentic coding, biology, cybersecurity เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงสุด
  • GPT-5.6 Terra - รุ่นกลาง บาลานซ์ระหว่างความเร็วกับความฉลาด เหมาะงานทั่วไปที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน
  • GPT-5.6 Luna - รุ่นเร็วและถูกที่สุดในตระกูล เหมาะงานที่ต้องรันจำนวนมาก (high-volume) เช่นงาน background หรือ batch processing

ทำงานยังไง

Sol มาพร้อมโหมดคิด (reasoning effort) ใหม่ 2 ระดับคือ max และ ultra ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าโหมดเดิมที่มีอยู่ใน GPT-5 ตระกูลก่อน

  • โหมด max: ให้โมเดลใช้เวลาคิดลึกขึ้นกว่าเดิมก่อนตอบ เหมาะงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่นแก้บั๊กที่ซับซ้อนหรือพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์
  • โหมด ultra: ก้าวข้ามขีดจำกัดของ agent เดี่ยว โดยดึง subagent หลายตัวมาช่วยกันเร่งงานที่ซับซ้อน ทำงานคล้ายทีมที่แบ่งงานกันทำพร้อมกันแล้วรวมผลเป็นคำตอบเดียว

แนวทางนี้สอดคล้องกับทิศทางที่ OpenAI ปูมาตลอดปีนี้ผ่าน Codex ที่ผลักดันโมเดลให้ทำงานแบบ agent ยาวขึ้นและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ การเพิ่ม subagent เข้ามาในโหมด ultra คือการยอมรับว่าบางงานเกินขีดความสามารถของโมเดลตัวเดียว ต้องอาศัยการแบ่งงานแบบทีมจริงๆ

จุดเด่นและศักยภาพ

Sol ถูกออกแบบให้รับมือกับงาน agentic ระดับสูงโดยเฉพาะ 3 ด้านที่ OpenAI เน้นย้ำคือโค้ด ชีววิทยา และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงถ้าโมเดลถูกใช้ผิดทาง เพราะความรู้ด้านโค้ดและไซเบอร์ที่เก่งขึ้นย่อมแปลว่าเสี่ยงต่อการถูกใช้หาช่องโหว่หรือเขียนมัลแวร์มากขึ้นไปด้วย OpenAI จึงระบุว่า Sol มาพร้อม “safety stack” ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยปล่อยมา เน้นป้องกันการขอความช่วยเหลือไซเบอร์ที่ละเอียดอ่อนและการใช้งานผิดซ้ำๆ ก่อนหน้านี้การเปิดโมเดลที่เก่งด้านนี้ให้คนทั่วไปเข้าถึงทันทีมักเจอเสียงคัดค้านเรื่องความปลอดภัย การจำกัดวงพรีวิวเฉพาะพาร์ทเนอร์ที่ผ่านการคัดเลือกจึงดูเหมือนเป็นการ derisk ก่อนเปิดกว้างจริง

ราคาและการเข้าถึง

ราคาต่อ 1 ล้านโทเคน (input / output):

  • Sol: $5 / $30
  • Terra: $2.50 / $15
  • Luna: $1 / $6

ช่วงพรีวิวนี้เปิดให้เฉพาะกลุ่มพาร์ทเนอร์และองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือ (trusted partners) ผ่าน OpenAI API และ Codex เท่านั้น ยังไม่เปิดสาธารณะ OpenAI ระบุว่าจะเปิดให้ใช้งานทั่วไป (general availability) ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

เริ่มใช้งาน

ตอนนี้ผู้ใช้ทั่วไปยังเข้าไม่ได้ - ต้องเป็นพาร์ทเนอร์ที่ OpenAI คัดเลือกเข้าโปรแกรมพรีวิวผ่าน API หรือ Codex ก่อน ถ้าองค์กรของคุณมีบัญชี OpenAI API อยู่แล้วและทำงานด้านโค้ดหรือไซเบอร์ซีเคียวริตี้เป็นหลัก ลองติดต่อทีม OpenAI หรือติดตามประกาศเรื่องสิทธิ์เข้าถึงรอบต่อไปได้ ส่วนคนทั่วไปที่ยังไม่ได้อยู่ในโปรแกรมพาร์ทเนอร์ ต้องรอ general availability ที่ OpenAI ระบุว่าจะตามมาในไม่กี่สัปดาห์นี้ ระหว่างนี้ยังใช้ GPT-5 รุ่นปัจจุบันผ่าน ChatGPT หรือ API ตามปกติได้ไม่มีผลกระทบ


สรุปจาก OpenAI โดย AI · อ่านต้นฉบับ

รับจดหมายข่าวStay human. Stay in the loop.

ก้าวข้าม algorithm — รับบทความและ AI Updates ใหม่ตรงถึงอีเมลคุณทุกสัปดาห์ก่อนใครอื่น